สูตรมาร์คหน้าด้วยเบียร์ เคล็ดลับหน้าใส หน้าเด้งดีที่สุดในโลก

214
หน้าสวยด้วยเบียร์

ใครๆก็อยากหน้าเด็ก ดูอ่อนเยาวน์ หน้าหล่อสวย เราขอแนะนำสูตรมาร์คหน้าด้วยเบียร์ เคล็ดลับหน้าใส หน้าเด้งดีที่สุดในโลก สูตรเฉพาะทางสำหรับคนที่ต้องการให้หน้าอ่อนนุ่ม สวยใส แถมยังมีสีเลือดฝาด ซึ่งสามารถทำได้ง่ายๆด้วยการมาร์คหน้าด้วยเบียร์ หรือ ฟองเบียร์ อีกหนึ่งเคล็ดลับที่ทีมงาน มาร์คหน้าขาว.net อยากบอกต่อมากค่ะ

5สูตร มาร์คหน้าใส ด้วยเบียร์

สูตรที่ 1 เบียร์ + น้ำผึ้ง + ไข่ไก่

สูตรแรกนี้ เพียงแค่เห็นส่วนผสมก็ร้องว้าวกันแล้ว เพราะนํ้าผึ้งนั้นเป็นราชินีส่วนผสมในการมาร์คหน้าเลยก็ว่าได้ค่ะ ส่วนไข่ไก่เป็นตัวชูโรงทำให้เป็นเนื้อครีม และบำรุงได้อย่างดีอีกด้วย เมื่อนำมาผสมรวมกันจะเป็นส่วนผสมที่ลงตัวที่สุด

วัตถุดิบอุปกรณ์

1. เบียร์ประมาณ ½ ถ้วย
2. น้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ
3. ไข่ไก่ 1 ฟอง

วิธีทำ

นำส่วนผสมทั้งหมด มาปั่นในเครื่องปั่นจนเป็นเนื้อเดียวกันเนียนละเอียด หลังจากนั้นก็เอาเนื้อครีมที่ได้มาพอกให้ทั่วใบหน้า มาร์คทิ้งไว้ประมาณ 30นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่นสะอาด สูตรนี้ถ้าอยากเห็นผลชัดเจน ขอแนะนำว่าควรทำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง แล้วคุณจะพบว่าใบหน้ากลับมาดูสดใส เต่งตึง มาร์คหน้าเด้ง เหมือนกับผิวเด็กแน่นอนค่ะ


สูตรที่ 2 เบียร์ + สตรอว์เบอร์รี

สูตรสตอเบอรี่ เห็นชื่่อแล้วก็อยากกิน ด้วยการที่เป็นผลไม้ตระกูลเบอรี่ คุณประโยชน์มหาศาลอยู่แล้ว ด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ และวิตามินหลากหลายชนิดที่สูงมาก เอามาผสมกับเบียร์เป็นส่วนผสมที่บำรุงได้อย่างดี

วัตถุดิบอุปกรณ์

1. เบียร์ 1 ช้อนโต๊ะ
2. สตรอว์เบอร์รี 3 ลูก

วิธีทำ

นำเอาเบียร์จำนวน 1 ช้อนโต๊ะ ไปปั่นให้เข้ากันกับสตรอว์เบอร์รีจำนวน 3 ลูก เมื่อได้เป็นเนื้อเดียวกันดีแล้ว ก็นำมาพอกให้ทั่วใบหน้า ใช้มือนวดและขัดสครับเบาๆ ในลักษณะเป็นวงกลม จากนั้นทิ้งไว้ประมาณ 20นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด สูตรนี้แนะนำให้ทำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง รับรองเห็นผลค่ะ


สูตรที่ 3 เบียร์ + ไข่ขาว + น้ำมะนาว

สูตรลับหน้าขาว สำหรับสาวที่ต้องการ มาร์คหน้าขาว มาร์คหน้าใส อย่างเห็นได้ชัด แต่วิธีนี้ให้ทำอาทิตย์ละครั้งก็พอค่ะ ถ้าทำบ่อยจะทำให้หน้าบางนั้นเอง

วัตถุดิบอุปกรณ์

1. เบียร์ ½ ถ้วย
2. ไข่ขาว 1 ฟอง
3. น้ำมะนาว 2 ช้อนชา

วิธีทำ เพียงแค่นำเอาเบียร์จำนวน ½ ถ้วย ไปผสมกับไข่ขาว 1ฟอง และน้ำมะนาว 2ช้อนชา คนส่วนผสมให้เข้ากัน จากนั้นก็นำมาพอกให้ทั่วไปหน้า มาร์คทิ้งไว้ประมาณ 10นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น และตามด้วยน้ำเย็นอีกรอบ สูตรนี้แนะนำให้ทำสัปดาห์ละ 1 ครั้งค่ะ


สูตรที่ 4 เบียร์ + ผงอัลมอนด์ + น้ำมันอัลมอนด์ (สำหรับคนผิวแห้ง)

สูตรเติมความชุ่มชื้นให้กับผิว และหน้าเด้งด้วยเบียร์ คุณประโยนชน์ของอัลมอนด์ที่มีสารคุณค่าจากทั่วสูงมากถึงที่สุด ช่วยในการบำรุงผิวพรรณได้อย่างดีเยี่ยม คอนเฟริ์ม

วัตถุดิบอุปกรณ์

1. เบียร์ 1 ช้อนชา
2. ผงอัลมอนด์ 1 ช้อนชา
3. น้ำมันอัลมอนด์ 2 ช้อนชา

วิธีทำ นำเอาเบียร์จำนวน 1ช้อนชา ไปผสมให้เข้ากันกับ ผงอัลมอนด์จำนวน 1ช้อนชา และน้ำมันอัลมอนด์จำนวน 2ช้อนชา เมื่อผสมเป็นเนื้อเดียวกันดีแล้ว ก็นำมาพอกให้ทั่วไปหน้า มาร์คทิ้งไว้ประมาณ 20นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น และตามด้วยน้ำเย็นอีกรอบ สูตรนี้แนะนำให้ทำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้งค่ะ


สูตรที่ 5 เบียร์ + น้ำมันมะกอก + โยเกิร์ตรสธรรมชาติ + ไข่ขาว + น้ำมันอัลมอนด์ + น้ำมะนาว

สูตรจัดหนักจัดเต็ม ที่เรานำมาบอกต่อไม่มีที่ไหนมาก่อน แต่วัตถุดิบจะหลายตัวหน่อย แต่เมื่อคุณได้ลองทำแล้วรับรอง หน้าใสเวอร์ ด้วยนํ้ามะนาวที่มีวิตามินสูงเป็น มาร์คหน้าขาว สำหรับคุณได้อย่างดี ส่วนตัวอื่นๆจะเน้นเรื่องการบำรุง ผิวพรรณ ตบท้ายด้วยเบียร์ทำให้ หน้าเด้ง หน้าใส

วัตถุดิบอุปกรณ์

1. เบียร์ 1 ช้อนชา
2. น้ำมันมะกอก 1 ช้อนชา
3. โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1 ช้อนชา
4. ไข่ขาว 1 ฟอง
5. น้ำมันอัลมอนด์ 1 ช้อนชา
6. น้ำมะนาว 1 ช้อนชา

วิธีทำ นำเอาส่วนผสมทั้งหมดไปปั่นด้วยรอบความเร็วต่ำเป็นเวลา 30วินาที จากนั้นนำส่วนผสมที่ได้มาพอกให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 15นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น และตามด้วยน้ำเย็นอีกรอบ สูตรนี้แนะนำให้ทำสัปดาห์ละ 1 ครั้งค่ะ

เห็นไหมค่ะ มีหลากสูตรด้วยกันโดยแต่ละสูตรก็จะช่วยให้หน้าใส แตกต่างกันตามส่วนผสม ใครชอบสูตรไหนก็เลือกใช้สูตรนั้นกันเลย แต่นอกจากที่เรามาแจกเคล็ดลับหน้าเด็ก หน้าใสแล้ว วันนี้เราพูดถึงเรื่องเบียร์ก็อยากจะเสริมหน่อย ว่าคุณประโยชน์ของมันเป็นอย่างไร เพราะเพื่อนๆบางคนไม่รู้ว่า เบียร์นอกจากจะทำให้มึนเมาแล้ว มันยังมีประโยชน์มากแต่ต้องใช้ในบริมาณที่ไม่มาก ถ้ามากไปก็ไม่ดีค่ะ

ดื่มเบียร์10ประโยชน์ ของการดื่มเบียร์

ผลการวิจัยออกมายืนยันแล้วว่า การดื่มเบียร์จะช่วยให้มีชีวิตที่ยืนยาวกว่าคนที่ไม่ดื่มเลย โอ้วไม่น่าเชื่อ มันเป็นไปได้อย่างไรนั้น ลองอ่านกันดูเลยค่ะ

1. ดื่มเบียร์จะทำให้อายุยืนขึ้น นักวิจัยของทางเวอร์จิเนียเทค (Virginia Tech) ได้ค้นพบว่า ผู้ที่ดื่มเบียร์ 19% มีอายุยืนกว่าผู้ที่ไม่เคยดื่มเบียร์เลย

2. ดื่มเบียร์จะทำให้เราผอมลง การดื่มเบียร์ที่พลังงานสูงจะทำให้เราผอมลงจริงๆ จากหนังสือ The Diet Myth ของ ศจ. Tim Spector จากมหาวิทยาลัย King ‘s College จาก London ได้เผยว่า การดื่มเบียร์ไม่ได้ทำให้อ้วน เพราะเบียร์บางประเภทส่งผลดีต่อแบคทีเรียในลำไส้ของคุณ ซึ่งสามารถช่วยให้การย่อยอาหารมีประสิทธิภาพกว่าเดิมได้ ในปริมาณที่ไม่มาก แต่ถ้ามากไปก็จะทำให้อ้วนลงพุงได้นั้นเอง

3. ดื่มเบียร์จะช่วยให้ร่างกายสู้มะเร็งได้ดีขึ้น ส่วนผสมในเบียร์อย่าง Xanthohumol ที่มักพบในฮอปที่เป็นส่วนผสมของเบียร์จะเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วย ยับยั้งเอนไซม์ที่ก่อให้เกิดมะเร็งได้

4. ดื่มเบียร์จะทำให้เราฉลาดขึ้น จากการศึกษาในวารสารการแพทย์ของทาง New England ได้พบว่าผู้ที่ดื่มเบียร์ทุกๆวัน จะไม่ค่อยพบกับปัญหาเรื่องความฉลาดทางปัญญาลดลงเมื่อมีอายุมากขึ้น

5. เบียร์ไม่ทำให้ลงพุงถ้าดื่มไม่มาก การศึกษาของทาง UCL ได้พบว่า ผู้ที่ดื่มเบียร์นั้นจะมีแนวโน้มที่มีรูปร่างสมส่วนมากกว่าผู้ที่ไม่ได้ดื่ม หรือดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ชนิดอื่นๆ

6. เบียร์จะช่วยในการยับยั้งการเกิดนิ่วในไต ตามการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสารทางคลินิกของสังคมอเมริกันของโรคไต ได้เผยว่าผู้ที่ดื่มเบียร์เป็นประจำทุกวันร้อยละ 41%จะมีโอกาสน้อยที่จะเป็นนิ่วในไต

7. เบียร์มีแคลอรี่น้อยกว่าที่คิด ทางกินเนสส์ได้เปิดเผยข้อมูลถึงค่าเฉลี่ยเท็จจริงที่ว่า เบียร์ดำนั้นถ้าวัด กันจริงๆ แล้วมีค่าแคลอรี่ที่ต่ำกว่านมไขมันต่ำหรือน้ำผลไม้อย่างน้ำส้มอีกด้วย

8. เบียร์ที่ทำจากฮอปช่วยป้องกันโรคความจำเสื่อม ถึงแม้เบียร์จะไม่ช่วยในการจำว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นบ้างก็ตาม(จริงไหม) แต่ว่ามันช่วยในการป้องกันโรคความจำเสื่อมจริงๆ โดยจากการศึกษาได้พบว่าสาร Xanthohumol ที่อยู่ในฮอปจะช่วยในการปกป้องสมองจากการเป็นโรคความจำเสื่อม หรือพาร์กินสัน

9. เบียร์นั้นอุดมไปด้วยวิตามิน ดร. Stephan Domenig ผู้อำนวยการแพทย์ Mayr Health Centre ประเทศ Austria ได้เผยว่า ถ้าเราวิเคราะห์ส่วนประกอบของเบียร์แล้ว คุณจะประหลาดใจว่าสารอาหารในเบียร์นั้นมีค่ามากกว่า น้ำผลไม้ปั่นซะอีก

10. เบียร์ทำให้กระดูกเราแข็งแรง การดื่มเบียร์ 1-2แก้วต่อวันจะทำให้กระดูกของผู้ดื่มแข็งแรงขึ้น เพราะเบียร์อุดมไปด้วยซิลิกอนอาหารสำคัญ ในการสร้างความหนาแน่นของกระดูก โดยข้อมูลนี้ถูกเผยโดยการศึกษาในวารสารวิทยาศาสตร์ของอาหารและการเกษตร

 

Facebook Comments
SHARE